ถ้าเลือกฟังได้แค่ท่อนเดียวจากงาน AI Update Bangkok 2026 Productize จะเลือกท่อนนี้ เพราะเป็นท่อนเดียวที่ไม่ได้พูดถึงของที่ซื้อมาใช้ แต่พูดถึงว่าเงินในวงการนี้ไหลไปทางไหน
และเป็นท่อนที่ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของพี่หมอจิม (Jimmy Tejasen) เจ้าของงาน ที่คร่ำหวอดในวงการมานาน
ต่อจาก ตอนที่ 2 ที่เป็นแผนที่ของทั้งงาน ตอนนี้เป็นก้อนสุดท้าย คือคำถามว่าในกองซ้อนของ AI เงินอยู่ชั้นไหน
ท่อมีค่า กว่าของในท่อ
ภาพที่พี่หมอจิมใช้เปิดคือน้ำมัน มีคนขุด มีคนวางท่อที่ไม่เคยขุดเลย และมีบ้านที่ติดแผงโซลาร์แล้วเลิกซื้อไฟ
ตัวกลางในวงการ AI คือคนวางท่อ รวมโมเดลหลายร้อยตัวจากผู้ให้บริการหลายสิบเจ้าไว้หลังประตูเดียว เลือกเส้นทางให้ตามงานและราคา ไม่มีการ์ดจอสักใบ ไม่มีศูนย์ข้อมูลสักแห่ง แต่กินส่วนแบ่งจากทุกอย่างที่ผ่านทาง
เลขชุดนี้เขาให้มาติดกัน 3 ตัว คือปริมาณราว 25 ล้านล้าน token ต่อสัปดาห์ มูลค่าต่อปีราว 900 ล้านดอลลาร์ และส่วนแบ่งราว 5% แต่ไม่ได้บอกว่า 900 ล้านคือเงินที่ไหลผ่านทั้งหมด หรือคือส่วนที่ตัวกลางเก็บได้ สองความหมายนี้ห่างกันราว 20 เท่า เราจึงยกมาเป็นสเกล ไม่ใช่เป็นตัวเลข
แล้วเขาก็ทุบภาพเปรียบเทียบของตัวเองทิ้ง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ท่อนนี้น่าเชื่อขึ้น น้ำมันมีวันหมด พอหายากขึ้นราคาก็แพงขึ้น ส่วน token ไม่มีวันหมด และราคาไหลลงตลอด
ผลที่ตามมาคือมูลค่าไม่ค้างอยู่ในตัวสินค้า พอตัวสินค้าถูกลงเรื่อยๆ มูลค่าจะย้ายไปอยู่ที่ทางผ่าน กับที่ปลายทางที่ผู้ใช้สัมผัส
สิ่งที่เหมือนน้ำมันคือท่อ ไม่ใช่ของในท่อ
3 ชั้น และใครทำงานหนักที่สุด
พอวางเป็นตาราง ข้อสรุปที่ออกมาเจ็บพอสมควรสำหรับคนที่ทำงานหนักที่สุด
| ชั้น | ทำงานหนักแค่ไหน | ได้อะไรกลับ |
|---|---|---|
| เจ้าของโมเดลและเครื่อง | หนักที่สุด ฝึกเอง ซื้อเครื่องเอง แบกค่าไฟเอง | กำไรถูกบีบจากสงครามราคา |
| ตัวกลางที่คุมทางผ่าน | เบาที่สุด ไม่มีเครื่องของตัวเอง | ราว 5% ของทุกอย่างที่ผ่านทาง |
| รันเองในเครื่อง | กลางๆ ต้องดูแลเอง | ไม่จ่ายส่วนแบ่งให้ใครเลย |
แถวล่างสุดเป็นแถวที่คนมองข้ามบ่อย เพราะไม่ได้สร้างรายได้ให้ใคร การรันในเครื่องไม่ได้แค่เลี่ยงค่าโมเดล แต่ตัดทั้งตัวกลางและเจ้าของโมเดลออกพร้อมกัน เหมือนบ้านที่ติดแผงโซลาร์แล้วเลิกซื้อไฟ ทั้งโรงไฟฟ้าและสายส่งหายไปจากบิลพร้อมกัน
ตรงนี้มีจุดที่ต้องบอกไว้ตามตรง มีคนเล่าเรื่องนี้ไว้ 2 ทาง ทางหนึ่งบอกว่าการรันในเครื่องกับการเรียกผ่านเน็ตเป็นคนละตลาดที่ไม่ได้แย่งกัน อีกทางบอกว่าการรันในเครื่องตัดทั้ง 2 ชั้นออก Productize ยกทางหลังมาเล่าเพราะเวทีย้ำฝั่งนี้มากกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าเรื่องนี้จบแล้ว
ai gateway ต่างจากประตูแบบเดิมยังไง
คนที่เคยทำระบบหลังบ้านจะคุ้นกับประตูแบบเดิมอยู่แล้ว คือตัวที่คุมว่าใครเรียกได้ เรียกได้บ่อยแค่ไหน แล้วส่งต่อไปที่ไหน เส้นแบ่งที่พี่หมอจิมขีดไว้ตรงนี้คมและจำง่าย
| ประตูแบบเดิม | ประตูสำหรับ AI | |
|---|---|---|
| มองคำขอเป็นอะไร | การเรียกผ่านเน็ตครั้งหนึ่ง | งานชิ้นหนึ่งที่ต้องตัดสินใจก่อนทำ |
| ต้องตัดสินอะไร | ผ่านหรือไม่ผ่าน แล้วส่งต่อ | ใช้โมเดลไหน ราคาเท่าไหร่ และกติกาอนุญาตไหม |
คำแนะนำเรื่องการเลือกที่เขาให้ไว้ก็เป็นแบบที่ไม่ล้าสมัย เพราะไม่ได้จัดอันดับสินค้า แต่ให้ดูสถานการณ์ของตัวเอง คือดูว่าตอนนี้เราใช้อะไรอยู่แล้ว ดูว่าอยากดูแลเองไหม และดูว่าคำถามจริงของเราคืออะไร ถ้าคำถามคือเงินหายไปไหน ตัวที่ตอบคำถามนั้นได้คือตัวที่ควรเลือก
ส่วนสิ่งที่ทำให้ชั้นนี้มีค่า คือความเป็นกลาง และเขาชี้ว่าความเป็นกลางเปราะกว่าที่คิด
4 อย่างที่ทำลายความเป็นกลางได้ คือจัดลำดับเจ้าไหนขึ้นก่อน ตั้งเพดานราคา กันบางเจ้าออก และเก็บข้อมูลที่วิ่งผ่านไว้ใช้เอง ข้อสุดท้ายอันตรายที่สุด เพราะวันที่ข้อมูลการใช้งานถูกเอาไปทำเงิน ความเป็นกลางจบทันที และมูลค่าที่สร้างมาทั้งหมดระเหยไปพร้อมกัน
สร้างช้า แต่พังเร็ว
มีอีกข้อที่ควรรู้ไว้ก่อนหยิบเครื่องมือกลุ่มนี้มาใช้ เขากำกับคำเตือนไว้เองกับเครื่องมือที่เขาแนะนำ ว่า ตัวที่ดักการเชื่อมต่อของโปรแกรมที่ผูกกับค่าสมาชิกรายเดือน แล้วเอาโควตานั้นไปใช้กับหลังบ้านคนละเจ้า อาจผิดเงื่อนไขการใช้งานของทั้งสองฝั่ง
ชั้นที่ผู้ใช้สัมผัส และคำเตือนที่ต้องพกไปด้วย
ข้ออ้างที่ใหญ่ที่สุดของทั้งงานอยู่ตรงนี้ ใครถือชั้นที่ครอบโมเดลอีกที คนนั้นถือระบบปฏิบัติการของยุคนี้
เหตุผลฟังขึ้น ชั้นนั้นคือชั้นที่คนเปิดขึ้นมาจริง พิมพ์ลงไปจริง และกดอนุญาตให้เข้าถึงไฟล์จริง ส่วนโมเดลกับตัวกลางอยู่หลังฉากจนผู้ใช้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังใช้ตัวไหนอยู่
เขานิยามคำว่าถือไว้ชัดกว่าที่คาด คือหมายถึงย้ายออกแล้วแพง แพงเพราะบริบทที่สะสมไว้ แพงเพราะวิธีทำงานที่ปรับจนเข้าที่ และแพงเพราะสิทธิ์ที่ให้ไว้แล้ว
จุดที่คมที่สุดของท่อนนี้คือตำแหน่งของการรันในเครื่อง โมเดลที่โหลดมาวางไว้เป็นแค่ไฟล์ที่ไม่ทำอะไรเลย จนกว่าจะมีตัวครอบมาขับ ตัวครอบจึงเป็นตัวเลือกเส้นทางฝั่งผู้ใช้ ที่เลือกว่าจะรันในเครื่องหรือส่งออกไป ก่อนที่ตัวกลางจะได้เลือกอะไรเลย ตั้งค่าตั้งต้นเป็นส่งออกไป ก็เท่ากับป้อนทั้งตัวกลางและเจ้าของโมเดล ตั้งเป็นรันในเครื่อง ก็ตัดทั้งคู่
ของที่เอากลับบ้านได้จริงจากท่อนนี้จึงไม่ใช่ว่าใครจะชนะ แต่เป็นคำถามที่เขาทิ้งไว้ตอนจบ ว่าอะไรคือสิ่งที่ตัดสิน คำตอบของเขาคือไม่ใช่ความสามารถ แต่เป็นความไว้ใจ
ใครแก้เรื่องความไว้ใจได้ก่อน คนนั้นได้เป็นระบบปฏิบัติการ
และนั่นเป็นคำถามที่ตอบได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอใคร คือตัวที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ เรากล้ายื่นกุญแจบ้านให้ตัวนั้นแค่ไหน
อ่านตอนไหนต่อ
ตอนนี้เป็นตอนจบของซีรีส์ ถ้ายังไม่ได้อ่านตอนก่อนหน้า เริ่มที่ตอนที่ 2 จะเห็นภาพรวมก่อน
- ตอนที่ 1 Physical AI และคำถามว่าพลาดแล้วซ่อมคืนได้ไหม
- ตอนที่ 2 แผนที่ของทั้งงาน และ 4 คำถามก่อนเชื่อตัวเลข benchmark
- ตอนที่ 3 การบีบโมเดล และราคาคุณภาพที่มองไม่เห็น
- ตอนที่ 4 การฝึกโมเดล และเส้นที่บอกว่าเมื่อไหร่ถึงคุ้ม
ที่มา
เนื้อหาทั้งหมดมาจากงาน AI Update Bangkok 2026 ที่พี่หมอจิม (Jimmy Tejasen) จัดขึ้นวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ที่ The Cloud Bangkok ตอนนี้สรุปจากช่วงที่เขาขึ้นพูดเรื่องโครงสร้างธุรกิจของ AI
- บันทึกถ่ายทอดสดของงาน: ดูย้อนหลัง
- งานของ Jimmy Tejasen: aiserver.in.th เว็บข่าวและรีวิวฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ AI และ agentic-press.com สำนักพิมพ์หนังสือสาย AI
ตัวเลขในบทความนี้มาจากที่พี่หมอจิมเล่าบนเวที ไม่ใช่รายงานทางการเงินของใคร จึงใช้ดูอัตราส่วนและใช้ตั้งคำถามได้ แต่ไม่ควรเอาไปอ้างเป็นตัวเลขตลาด ส่วนของที่ขึ้นจอในงาน Productize ไม่ได้ทำสำเนามาลง