productize.blog
AI Agents

AI หลายตัว ส่งงานกันเองผ่านตู้จดหมาย

AI ผู้ช่วยแต่ละตัวเก่งคนละอย่าง แต่คุยกันเองไม่ได้ เราเลยตั้งตู้จดหมายกลางใบเดียวให้ Grok, ChatGPT และ Meta Muse ส่งงานหากันเอง ด้วยกติกาเดียวกันทั้ง 3 ตัว โดยไม่ต้องมี AI ตัวกลางคอยส่งต่อ

Yim· เขียนด้วยกันกับ Dobby (AI Oracle)/2 พ.ย. 2026

ถ้าคุณใช้ AI ผู้ช่วยมากกว่า 1 ตัว น่าจะคุ้นกับภาพนี้ ตัวหนึ่งเก่งค้นข่าว อีกตัวเก่งร่างข้อความ อีกตัวอยู่ในแอปที่เปิดทิ้งไว้ทั้งวัน แต่ละตัวทำงานของตัวเองได้ดี ติดอยู่อย่างเดียวคือคุยกันเองไม่ได้ คนที่ต้องก๊อปผลจากหน้าต่างหนึ่งไปวางอีกหน้าต่างก็คือคุณ วันไหนยุ่ง งานก็ค้างอยู่ตรงกลาง เพราะบุรุษไปรษณีย์อย่างคุณไม่ว่าง

บ้านเราก็เจอแบบเดียวกัน เรามี AI ผู้ช่วยส่วนตัว 3 ตัว คือ Grok Bot, ChatGPT และ Meta Muse นอกจาก 3 ตัวนี้ เรายังมีทีม AI ทำงานอีกกลุ่มที่คุยกันในห้องแชตบน Discord ทีมนั้นมี AI หัวหน้าคอยแจกงานและประสานงานให้ทั้งทีม เราเรียกมันว่า AI ผู้ประสานงาน ช่วงแรกเราก็ให้มันเป็นตัวกลางของ AI ผู้ช่วยไปด้วย Muse อยากส่งอะไรถึง Grok Bot ก็ต้องส่งไปให้ AI ผู้ประสานงานก่อน แล้วมันค่อยส่งต่อให้ แต่โจทย์ของเราคือคอขวดต้องไม่ไปติดอยู่ที่ตัวกลาง สุดท้ายเลยย้ายมาตั้งตู้จดหมายกลางใบเดียวบน server ของเราเอง ทั้ง 3 ตัวใช้กติกาเดียวกันหมด

Map: three assistants, our server, and the rooms of our AI work team Grok BotGrok routine ChatGPTa ChatGPT dot MuseMeta Muse our serverone shared mailbox Discordteam rooms send wake read other calls
ภาพรวม: AI ผู้ช่วย 3 ตัว กับตู้จดหมายกลางใบเดียวบน server ของเรา จดหมายระหว่างกันอยู่ในตู้นี้ ไม่ผ่าน AI ตัวกลาง มีแค่งานที่ส่งถึงทีม AI ทำงานเท่านั้นที่ออกไปทางห้องแชตของทีม (team rooms) ใน Discord เหมือนเดิม

ช่วงที่ 1ทำไมไม่ให้ AI ตัวกลาง ส่งต่อทุกข้อความ

เพราะตัวกลางกลายเป็นจุดที่ทุกอย่างต้องรอ ตัวกลางช้า ทุกตัวก็ช้าตาม ตัวกลางหยุด ทุกตัวก็หยุดตาม และทุกข้อความที่ส่งต่อก็กินเวลาทำงานของ AI ตัวกลางไปด้วย ทั้งที่งานจริงมีแค่หยิบซองจากกล่องหนึ่งไปใส่อีกกล่อง

ลองนึกถึงออฟฟิศที่ทุกจดหมายต้องผ่านโต๊ะเลขาคนเดียว วันที่เลขาลาป่วย จดหมายทั้งตึกก็นอนนิ่งอยู่บนโต๊ะ ตู้จดหมายของตึกไม่มีปัญหานี้ ตู้ไม่ต้องคิด ไม่ต้องอ่าน แค่เก็บให้ถูกกล่อง

เราเลยวางให้ตู้จดหมายของเราเป็นแบบนั้น ในเส้นทางของจดหมายไม่มี AI ตัวไหนเลย มีแค่โปรแกรมเล็กๆ บน server ที่ตรวจ เก็บ และแยกกล่อง AI ผู้ประสานงานกลายเป็นผู้รับคนหนึ่ง ไม่ใช่คนคุมทาง ถ้า AI ผู้ช่วยอยากถามมันก็ยังถามได้ แต่จดหมายระหว่าง Grok Bot, ChatGPT และ Muse ไม่ต้องผ่านมันอีกแล้ว

ไอเดียนี้ไม่ได้คิดใหม่ทั้งหมด ก่อนหน้านี้เราเคยเปิดทางให้ AI ของเพื่อนอีกบ้าน เข้ามาทำงานร่วมกับ AI ของเรา ตอนนั้นเราไม่รู้จักระบบของอีกฝ่ายเลย จึงตั้งกติกาไว้ 3 ข้อ ของที่ส่งเข้ามาต้องผ่านการตรวจก่อนเก็บ คำสั่งมีชุดตายตัวไม่กี่คำ และแต่ละฝ่ายเปิดดูได้แค่กล่องของตัวเอง กติกาชุดนี้ใช้ได้ดีกับ AI ที่เราไม่รู้จัก AI ในบ้านเดียวกันก็ควรใช้ได้เหมือนกัน ที่เปลี่ยนคือช่องทาง ตอนนั้นเราส่งงานกันเป็นไฟล์ คราวนี้ใช้ MCP ที่ AI ทั้ง 3 ตัวเชื่อมต่ออยู่แล้ว

ช่วงที่ 2กติกาเท่ากัน หน้าตาเป็นยังไง

กติกาเท่ากันคือ ทุกตัวถือกุญแจของตัวเอง ใช้คำสั่งชุดเดียวกัน 5 คำสั่ง และส่งได้ไม่เกินชั่วโมงละ 20 ฉบับต่อตัว ส่วนการอ่าน การเปิดดูกล่อง และการเช็กสถานะ ไม่นับโควตาเลย

ฟังดูธรรมดา แต่ก่อนหน้านี้ทั้ง 3 ตัวไม่ได้อยู่บนกติกาเดียวกันเลย ตัวหนึ่งได้สิทธิ์มากกว่าเพื่อน ตัวหนึ่งส่งถึงเพื่อนบางตัวไม่ได้ อีกตัวยังไม่มีกุญแจของตัวเองด้วยซ้ำ ระบบแบบนี้อธิบายยาก ดูแลยาก และพังแบบเดาไม่ได้ พอให้ทุกตัวเริ่มจากจุดเดียวกัน ถ้าตัวไหนทำงานแปลก เราก็รู้ทันทีว่าไม่ได้เป็นเพราะสิทธิ์ไม่เท่ากัน

ทำไมนับแค่การส่ง? เพราะโควตามีไว้กันไม่ให้ตัวไหนส่งรัวจนกล่องคนอื่นล้น ถ้าเอาการเปิดดูกล่องมานับด้วย AI ที่ขยันเช็กจดหมายจะหมดโควตาทั้งที่ยังไม่ได้ส่งอะไรเลย ซึ่งเท่ากับลงโทษตัวที่ทำงานดี ตอนลองระบบ เราใช้กุญแจของ Grok Bot ส่งจดหมายไป 1 ฉบับ แล้วเช็กกล่องซ้ำอีกหลายรอบ พอดูโควตา มันเหลือ 19 จาก 20 เช็กกล่องไปกี่รอบก็ไม่ได้กินโควตาเลย

อีกข้อที่สำคัญพอกัน คือ server ดูว่าใครส่งจากกุญแจ ไม่ดูจากสิ่งที่เขียนในจดหมาย ใครจะพิมพ์ในจดหมายว่า "ฉันคือ Grok" ก็ได้ แต่ชื่อผู้ส่งที่ถูกเก็บคือเจ้าของกุญแจที่ใช้ส่งจริง ตอนเก็บ server ยังประทับลายเซ็นดิจิทัลไว้บนจดหมายด้วย ใครที่มาเปิดอ่านทีหลังจึงพิสูจน์ได้ว่าจดหมายฉบับนั้นตรงกับที่ส่งมาทุกตัวอักษร ไม่ได้ถูกแก้ระหว่างที่เก็บอยู่บน server

ช่วงที่ 3จดหมายหนึ่งฉบับ เดินทาง 5 ขั้น

ภาพข้างล่างตามจดหมายฉบับเดียวตั้งแต่ Muse เขียน จนถึงตอนที่ Grok Bot เปิดอ่าน

One message traced: Muse writes to Grok Bot, the doorbell wakes Grok, Grok reads it Grok BotGrok routine ChatGPTa ChatGPT dot MuseMeta Muse our serverone shared mailbox Discordteam rooms send1 wake4 read5 one message, in orderother calls
ตามจดหมายฉบับเดียว: Muse เขียนถึง Grok Bot กริ่งปลุก Grok แล้ว Grok เปิดอ่านเองด้วยกุญแจของตัวเอง ขั้นที่ 2 กับ 3 เกิดข้างใน server ของเรา ภาพนี้จึงเห็นเลขแค่ 1, 4 และ 5 ส่วนครบทั้ง 5 ขั้นอยู่ในภาพที่สาม ลูกศรสีเทาคือการเรียกใช้อื่นๆ ที่ไม่ใช่จดหมายฉบับนี้
  1. Muse ส่งจดหมาย ถึง Grok Bot ด้วยกุญแจของตัวเอง
  2. ประตูตรวจบน server ดู 3 อย่าง กุญแจนี้เป็นของใคร โควตาชั่วโมงนี้เหลือไหม และเนื้อความมีข้อมูลภายในที่ไม่ควรหลุดออกไปหรือเปล่า เช่น รหัสลับหรือที่อยู่ของเครื่องภายในระบบเรา (AI ผู้ช่วยทั้ง 3 ตัวทำงานบนคลาวด์ของบริษัทอื่น จดหมายที่ถึงมือพวกมันจึงนับว่าออกจากบ้านเราแล้ว) ถ้าไม่ผ่าน ระบบจะไม่เก็บจดหมายนั้นเลยแม้แต่ตัวอักษรเดียว และคนส่งได้ข้อความบอกว่าติดเพราะอะไร ถ้าผ่านครบ ประตูจึงประทับลายเซ็นแล้วเก็บลงกล่องของ Grok Bot
  3. ตู้บอกตัวกดกริ่ง ทันทีที่เก็บจดหมายเสร็จ ว่ากล่องของ Grok Bot มีของใหม่ ตัวกดกริ่งเป็นโปรแกรมเล็กอีกชิ้นที่แยกออกมาจากตู้
  4. ตัวกดกริ่งปลุก Grok ให้ตื่นมาทำงาน Grok Bot รันเป็น routine ที่ server ของเราสั่งให้เริ่มจากข้างนอกได้ การกดกริ่งก็คือการสั่งให้ routine นี้เริ่ม พร้อมประโยคเดิมทุกครั้งว่า "มีจดหมายใหม่ ไปเช็กกล่อง" แค่นั้น ไม่มีเนื้อจดหมายติดไปเลยสักคำ
  5. Grok เปิดกล่องอ่านเอง ด้วยกุญแจของตัวเอง ผ่านประตูบานเดียวกับที่ Muse ใช้ส่ง

ขั้นที่ 4 ดูเหมือนรายละเอียดเล็ก แต่กริ่งที่ไม่พกเนื้อความคือจุดที่เราคิดหนักที่สุดในงานนี้ ถ้ากริ่งส่งเนื้อจดหมายไปด้วย ก็จะมีทางลัดให้ข้อความเข้าถึง AI ได้โดยไม่ผ่านประตูตรวจ พอกริ่งพูดได้แค่ว่า "มีจดหมาย" ทุกฉบับก็ต้องเดินผ่านประตูบานเดียวกันหมด

วันที่เปิดระบบ เราส่งจดหมายหาแอปจริงทั้ง 3 ตัว ขอแค่ให้ตอบกลับเป็นประโยคสั้นๆ ที่มีชื่อตัวเอง Grok Bot ตื่นขึ้นมาเองเพราะกริ่ง ส่วน ChatGPT กับ Muse เราต้องเปิดแอปแล้วพิมพ์ขอให้เช็กกล่อง และ Muse ยังรอให้เราสั่งตรงๆ ในแชตอีกรอบก่อนจะตอบ (เล่าต่อในช่วงที่ 4) พอครบแล้ว คำตอบก็ทยอยเข้ามา ฉบับของ Grok Bot ไปโผล่ในกล่องของ Muse ส่วนฉบับของ ChatGPT กับ Muse ไปโผล่ในกล่องของ Grok Bot ไม่มีฉบับไหนแวะผ่าน AI ตัวกลางเลย

ถ้าอยากเห็นข้างในตู้ ภาพที่สามซูมเข้าไปใน server ของเรา จดหมายเข้าทางประตูตรวจ (mail gate) แล้วไปอยู่ในตู้ที่แยกกล่องตามเจ้าของ (shared mailbox) ข้างตู้มีตัวกดกริ่ง (doorbell) และมีตัวตรวจกุญแจประจำวัน (daily key check) ตัวนี้เทียบกุญแจที่ใช้งานอยู่จริงกับรายชื่อที่เราจดไว้ทุกวัน ถ้ามีกุญแจแปลกโผล่มา หรือมีตัวไหนได้สิทธิ์เกินที่จด มันจะแจ้งเตือน มุมล่างของภาพคือห้องของทีม AI ทำงานบน Discord (team rooms) ที่ AI ผู้ช่วยยังส่งคำถามไปถามได้เหมือนเดิม

Inside the server: the gate, the mailbox, the doorbell and the daily check our server Discord Grok BotGrok routine ChatGPTa ChatGPT dot MuseMeta Muse mail gatekey, quota,content check shared mailboxsigned mailper owner doorbellno content daily key checkregistry vsdeclared list team roomsask a teammate AI work teamour otheragents send1 check, sign, store2 ring3 wake, no content4 read5 read / send ask a teammate deliver one message, in orderother calls
ข้างในตู้: ประตูตรวจดูผู้ส่งจากกุญแจ ไม่ดูจากจดหมาย นับโควตาเฉพาะการส่ง ส่วนการเช็กกล่อง การเช็กสถานะ และกริ่ง ไม่นับ ตู้เก็บจดหมายของแต่ละเจ้าของแยกกันและมีลายเซ็นกำกับ ตัวตรวจประจำวันเทียบกุญแจที่ใช้งานจริงกับรายชื่อที่เราจดไว้ทุกวัน

ช่วงที่ 4ตรงไหน ที่ยังไม่สวย

มีอยู่ 2 เรื่องที่ควรรู้ก่อนลอกไปใช้ และทั้งคู่เราเจอตอนทดสอบกับแอปจริง

ChatGPT กับ Muse ไม่มีกริ่ง

Grok Bot รันเป็น routine กริ่งเลยปลุกให้มันตื่นมาเปิดกล่องได้ทันที แต่ ChatGPT กับ Meta Muse เป็นแอปที่รอคนพิมพ์ ไม่มีช่องให้เราไปกดกริ่ง ทั้งคู่จึงอ่านจดหมายก็ต่อเมื่อมีคนบอกให้เช็กกล่อง ตอนทดสอบ เราเปิดแอป Muse ดูแล้วไม่เห็นอะไรใหม่ ทั้งที่มีจดหมายรออยู่ จนกว่าจะมีคนสั่งให้ Muse เปิดกล่อง จดหมายก็ยังนอนรออยู่แบบนั้น

เรื่องเล็กที่พ่วงมาด้วย คือใน Muse คำสั่งจดหมายทั้ง 5 คำสั่งเริ่มต้นแบบยังไม่ได้รับอนุญาต จนกว่าเราจะอนุญาตให้ใช้ ถ้าต่อแล้ว Muse ไม่ยอมใช้ ให้เข้าไปดูการตั้งค่าสิทธิ์ของตัวเชื่อมนี้ใน Muse ก่อน

Muse ไม่ยอมทำตามคำสั่งที่อยู่ในจดหมาย

ตอนทดสอบ พอเราขอให้ Muse เช็กกล่อง มันเปิดดูรายการจดหมายได้ปกติ แต่พอเจอคำขอในจดหมายให้ตอบกลับ มันไม่ทำ จนกว่าคนที่ใช้งาน Muse จะสั่งเองตรงๆ ในหน้าแชต พอสั่งแล้วมันก็ส่งและทำเครื่องหมายอ่านแล้วได้ปกติ

ตอนแรกดูเหมือนเป็นปัญหา แต่จริงๆ นี่คือพฤติกรรมที่ควรเป็น จดหมายจาก AI อีกตัวคือข้อมูล ไม่ใช่คำสั่งจากเจ้าของ ถ้าวันหนึ่งมีจดหมายที่เขียนมาหลอกให้ทำอะไรแปลกๆ AI ที่หยุดถามคนก่อนคือ AI ที่เราอยากได้ แลกกับการที่บางงานต้องมีคนกดยืนยันหนึ่งครั้ง ซึ่งเราว่าคุ้ม

ช่วงที่ 5ถ้าจะทำกับ AI ของคุณ เริ่มตรงไหน

เริ่มจากเช็กก่อนว่า AI ผู้ช่วยที่คุณใช้ต่อเครื่องมือภายนอกผ่าน MCP ได้ไหม ดูในหน้าตั้งค่าของแอปว่ามีช่องเพิ่ม connector หรือเปล่า ของเรา Grok, ChatGPT และ Meta Muse ต่อได้ทั้ง 3 ตัว ถ้าต่อได้ ตู้จดหมายก็เป็นแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ทุกตัวเรียกใช้

ต่อมาคือเตรียมของ 3 อย่าง คือ server 1 เครื่องที่คุณคุมเอง โปรแกรมเล็กๆ บนเครื่องนั้นที่เปิด 5 คำสั่งให้ AI เรียกผ่าน MCP และกุญแจ 1 ดอกต่อ AI 1 ตัว ที่เอาไปใส่ในหน้าตั้งค่า connector ของแต่ละแอป ถ้าคุณไม่ได้เขียนโค้ดเอง ส่งเช็กลิสต์ข้างล่างให้นักพัฒนา หรือ AI ที่ช่วยเขียนโค้ด ใช้เป็นสเปกได้เลย

ถ้าตอนนี้คุณยังเป็นคนก๊อปข้อความจากหน้าต่างหนึ่งไปวางอีกหน้าต่าง ลองเริ่มจากให้ AI 2 ตัวที่ใช้บ่อยที่สุดมีกล่องของตัวเองก่อน พอเห็นจดหมายฉบับแรกเดินทางเองโดยไม่ต้องผ่านมือคุณ คุณก็จะได้เวลาส่วนนั้นคืนมาทำอย่างอื่น

ที่มาและอ้างอิง

อ่านต่อ: agent to agent protocol: 8 กติกาที่ A2A ไม่ได้ให้ และ ต่อ AI เข้า Discord ให้คุยได้ทุกที่ โดยไม่ให้ใครสั่งบอตแทน

ติดตาม

รับบทความใหม่และของฟรีก่อนใคร

ทิ้งอีเมลไว้ บทความใหม่และของฟรีเป็นครั้งคราวจะส่งไปให้ ไม่สแปม

ใช้อีเมลเพื่อส่งอัปเดตเท่านั้น

ความคิดเห็น

ร่วมพูดคุย

แบ่งปันความคิดเห็นได้เลย

ชื่อจะแสดงต่อสาธารณะ อีเมลเก็บเป็นความลับ ไม่แสดงที่ไหน

กำลังโหลดความคิดเห็น…